Home >> Articles
หลักการแปดประการจาก Peter Drucker ในการที่จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองไทยได้มีโอกาสต้อนรับ กูรูทางด้านการจัดการระดับโลกหลายท่าน ล่าสุดก็คือ Peter Drucker ล่่าสุด Drucker ได้นำเสนอผลงานที่เขียนลงในวารสาร Harvard Business Review ในชื่อเรื่อง What Makes an Effective Executive เนื้อหาของบทความนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์กว่า 65 ปีที่ Drucker ได้ทำงานร่วมกับผู้นำองค์กรมาจำนวนมาก Drucker พบว่า ผู้นำที่มีประสิทธิผลนั้นมีลักษณะ บุคลิกภาพ และคุณลักษณะที่หลากหลายมาก แต่ผู้นำที่มีประสิทธิผลจะปฏิบัติตามแนวทางแปดประการ ได้แก่
- พวกเขา จะถามว่า “อะไรคือสิ่งที่จะต้องทำ”
- พวกเขา จะถามว่า “อะไรคือสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับองค์กร”
- พวกเขา จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจลงไป
- พวกเขา จะรับผิดชอบต่อการสื่อสาร ถ่ายทอดแผนงานให้เป็นที่รับรู้ และเข้าใจ
- พวกเขา จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อโอกาสมากกว่าปัญหา
- พวกเขา เป็นผู้นำการประชุมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- พวกเขา คิด และจะใช้คำว่า “พวกเรา” มากกว่า “ผม” หรือ “ดิฉัน”
โดยภายใต้หลักการทั้งแปดข้อนั้น สองข้อแรกเป็นคำถามที่ก่อให้เกิดความรู้ที่ผู้นำต้องการ สี่ประเด็นต่อมาเป็นการเปลี่ยนความรู้ที่ได้เป็นการปฏิบัติที่เห็นผล และสองข้อสุดท้ายเพื่อให้มั่นใจว่าทั้งองค์กรมีส่วนร่วมและรู้สึกรับผิดชอบร่วมกัน
เป็นอย่างไรบ้างครับ หลักการทั้งแปดข้อของ Drucker ดูเหมือนจะไม่มีอะไรใหม่นะครับ แต่เมื่อเป็นข้อเขียนจากผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดกูรูทางด้านการจัดการของโลก ทุกคนคงจะต้องให้ความสนใจเหมือนกันนะครับ เรามาลองดูทีละประเด็นอย่างย่อ ๆ นะครับ
ประเด็นแรก การถามว่า อะไรคือสิ่งที่จะต้องทำ เป็นวิธีการที่ผู้นำใช้ในการแสวงหาประเด็น หรือความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้นำจะต้องรีบลงมือดำเนินการหรือแก้ไข Drucker บอกไว้ว่า เขาไม่เคยเห็นผู้บริหารที่สามารถกำหนดสิ่งที่มีความจำเป็นหรือเร่งด่วนที่จะทำได้มากกว่าสองเรื่องพร้อม ๆ กัน และเมื่อดำเนินงานในเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว ผู้นำที่ดีก็จะถามคำถามนี้ กับตัวเองอีกครั้ง เพื่อจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่จะต้องทำใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานที่ไม่สำคัญจะไม่ถูกจัดลำดับนะครับ เพียงแต่จะได้รับการมอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำแทน
ประเด็นที่สอง คือคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับองค์กร จะมุ่งที่ทั้งองค์กรเป็นหลักนะครับ ไม่ได้มุ่งที่เฉพาะตัวผู้ถือหุ้น เจ้าของ พนักงาน หรือผู้บริหาร แต่จะให้ความสำคัญกับตัวองค์กรเป็นหลัก
ประเด็นที่สาม ผู้นำที่ดีจะต้องเขียนแผนงานที่จะปฏิบัติ ทั้งนี้ เนื่องจากผู้นำที่ดีจะต้องสามารถนำความรู้ หรือสิ่งที่รู้ไปสู่การปฏิบัติ การเขียนแผนงานนั้นเป็นเหมือนกับสิ่งที่บอกว่า ผู้บริหารนั้นจะทำอะไรในอนาคต แต่ไม่ได้เป็นข้อสัญญาหรือข้อผูกมัดนะครับ เนื่องจากแผนงานเหล่านั้นจะต้องสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นแผนงานเหล่านี้ยังจะต้องมีระบบในการกำกับและตรวจสอบที่จะบอกถึงความสำเร็จของการดำเนินงานตามแผนนั้นด้วย
ประเด็นที่สี่ การรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจไปนั้น การตัดสินใจที่ดีจะต้องทำให้เห็นอย่างชัดเจนถึงชื่อบุคคล ที่รับผิดชอบ ที่จะนำการตัดสินใจนั้นไปปฏิบัติ ระยะเวลาที่ต้องทำให้การปฏิบัตินั้นเห็นผล บุคคลที่จะได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจนั้น จะต้องรับทราบและอย่างน้อยไม่ต่อต้านต่อการตัดสินใจนั้น และสุดท้ายจะต้องทราบว่าใครควรที่จะได้รับทราบเกี่ยวกับการตัดสินใจนั้น ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจก็ตาม
ประเด็นที่ห้า ผู้นำที่ดีจะต้องสามารถสื่อสารแผนงานและข้อมูลที่สำคัญให้เป็นที่รับรู้และเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นต่อแผนงานของผู้นำ
ประเด็นที่หก ผู้นำที่ดีจะให้ความสำคัญกับโอกาสมากกว่าปัญหา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหานั้นจะถูกซุกซ่อนนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องได้รับการแก้ไข เพียงแต่ว่าการแก้ปัญหาไม่ได้เป็นการก่อให้เกิดผลลัพธ์ใด ๆ กับองค์กร เป็นเพียงการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเท่านั้นเอง ในขณะที่โอกาสจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์สำหรับองค์กรมากกว่าปัญหา
ประเด็นที่เจ็ด ผู้นำที่ดีจะต้องรู้จักที่จะนำการประชุมได้อย่าง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งนี้เนื่องจากเวลาของผู้บริหารส่วนใหญ่จะหมดไปกับการประชุม แม้กระทั่งการพูดคุยสองต่อสองกับเพื่อนร่วมงานก็ถือเป็นการประชุมอย่างหนึ่ง แนวทางในการนำการประชุมให้ได้ผลดี ก็คือ จะต้องรู้ว่าล่วงหน้าว่า การประชุมที่จะเกิดขึ้นเป็นการประชุมในลักษณะใด เนื่องจากการเตรียมการและแนวทางในการนำการประชุม สำหรับแต่ละวัตถุประสงค์ก็ย่อมที่จะแตกต่างกัน ผู้นำจะต้องมีการเตรียมตัวและวางตัวในลักษณะที่แตกต่างกันสำหรับการประชุมในแต่ละลักษณะ นอกจากนี้ การติดตามงานหลังการประชุมก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่ประชุมเสร็จแล้วปล่อยไปโดยขาดการติดตามงาน
ประเด็นสุดท้าย ผู้นำควรจะคิดและพูดในด้วยสรรพนามบุรุษที่หนึ่งว่า พวกเรา มากกว่าเป็นเพียงแค่ ผม หรือ ดิฉัน ถึงแม้ผู้นำจะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจในขององค์กรก็ตาม แต่การที่งานจะสำเร็จได้จะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน เพราะฉะนั้นผู้นำที่ดีควรจะต้องคิดถึง และพยายามตอบสนองต่อความต้องการของทั้งองค์กรมากกว่าแต่ของตนเอง
เป็นอย่างไรบ้างครับ หลักการแปดประการจาก Peter Drucker ในการที่จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผล อาจจะเป็นฉบับย่อหน่อยนะครับ แต่ก็น่าจะทำให้ท่านผู้อ่านพอจะเห็นภาพได้ ถึงแม้จะไม่มีอะไรใหม่แต่ผมเองก็เห็นด้วยกับเขานะครับ ผมมองว่าการเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้จำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่พิเศษพิสดาร เพียงแต่ควรทำในสิ่งปกติเหล่านี้ให้ได้ดีที่สุด แถม Drucker ยังพูดไว้ในประเด็นสุดท้ายของบทความด้วยนะครับ ว่าผู้นำที่ดีควรจะ ฟังก่อน แล้วพูดทีหลัง(Listen First, Speak Last) ในประเด็นสุดท้ายนี้ไม่ทราบว่า Drucker ต้องการสื่อถึงใครเป็นพิเศษหรือเปล่านะครับ
ที่มา : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
—- Thanks for Reading —-
W.Wanich