Archive

Archive for the ‘2.MLM Articles’ Category

Financial Freedom Blueprint : พิมพ์เขียวสู่อิสรภาพทางการเงิน

Home >> MLM Articles

Financial Freedom Blueprint : พิมพ์เขียวสู่อิสรภาพทางการเงิน

พิมพ์เขียว(Blueprint) คือต้นแบบของสิ่งก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ เครื่องเสียง ฯลฯ แต่ในที่นี้เราจะคุยกันเรื่องของ พิมพ์เขียวของชีวิต…

พิมพ์เขียวสู่อิสรภาพทางการเงิน หรือ Financial Freedom Blueprint ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการนำพาคุณไปสู่อิสรภาพทางการเงิน กินอะไรก็ได้ที่คุณอยากกิน ซื้ออะไรก็ได้ที่คุณอยากซื้อ และที่สำคัญ คุณจะทำอะไรก็ได้ที่คุณอยากทำ เพราะคุณจะมีอิสรภาพทางด้านเวลาเป็นของแถม

จากเรื่องราวของ เงินสี่ด้าน(Cashflow Quadrant) โดย Robert Kiyosaki กล่าวถึง E-Employee-ลูกจ้าง ,S-Self Employed ,B-Business Owner-เจ้าของกิจการ ,I-Invester-นักลงทุน

Active Income และ Passive Income เกี่ยวกับ E-S-B-I คือ กลุ่มคนด้านซ้าย ได้แก่ E และ S จะรับรายได้จาก Active Income ต้องทำถึงจะได้ แต่ถ้าคุณต้องการที่จะมีอิสรภาพทางการเงินได้นั้น ต้องก้าวข้ามฝั่งไปเป็นคนด้านขวาของเงินสี่ด้าน คือ B และ I เพื่อรับรายได้จาก Passive Income ที่ไม่ต้องทำก็มีรายได้

สำหรับ vdo ที่คุณกำลังจะได้ดูต่อจากนี้ จะเป็นแนวทางที่คุณสามารถนำไปใช้เพื่อก้าวสู่สิ่งที่คุณต้องการได้ ดังเช่นเดียวกับวิทยากรที่ให้ข้อมูลใน vdo นี้ ท่านผู้นี้คือสุดยอดผู้นำ ที่รับรายได้จากบริษัทเครือข่ายมากกว่า 4.5 ล้านบาทต่อเดือน นิติ สว่างทรัพย์ Craw Diamond Director of AGEL Enterprise
Read more…

หลักการ SMART กับขายตรง(Direct Sale)

Home >> MLM Articles

หลักการ SMART กับขายตรง(Direct Sale)

อุตสาหกรรมการขายตรงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อธุรกิจขายตรงเติบโต ก็ต้องดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาองค์กรไปสู่มูลค่าของธุรกิจอันมหาศาล มีบริษัทใหม่ ๆ เข้าสู่ธุรกิจขายตรงมากมาย จนทำให้เป็นที่น่าจับตามองของผู้บริโภคที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของธุรกิจขายตรงเหล่านั้น ซึ่งผู้บริโภคหลาย ๆ คน ก็แปรผันตัวเองมาประกอบอาชีพขายตรง หรือเป็นนักธุรกิจขายตรงอย่างเอาจริงเอาจัง และคาดหวังถึงความสำเร็จในอนาคต โดยในการทำขายตรงนั้นถ้าหากเราตั้งใจจริง เราเลือกทำเพราะความชอบ มีความถนัด และมีความสนุกกับมันก็จะทำให้เรามีความสุขในการประกอบอาชีพขายตรง และนำเราไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จได้ไม่ไกลเกินเอื้อม

การทำขายตรงนั้นเราต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ถึงระบบที่แท้จริงของการขายตรง จนสามารถพัฒนาตนเองเป็นนักขายตรงมืออาชีพและประกอบอาชีพขายตรงได้อย่างยั่งยืน และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ทำขายตรงต้อง SMART ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

Specific : เจาะจง

การขายตรงเป็นการนำเสนอและส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า เป้าหมายโดยตรงในลักษณะเจาะจงเฉพาะแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่มทำให้การขายตรงต้องพบปะกับลูกค้าที่หลากหลาย โดยลูกค้าแต่ละคนก็จะมีความต้องการและระดับความพึงพอใจที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักขายตรงที่ต้องหาวิธีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละรายให้ได้รับความพึงพอใจโดยต้องศึกษา ทำความเข้าใจและพัฒนารูปแบบของการนำเสนอที่มีความแตกต่าง ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ดังนั้น นักขายตรงจะต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายแต่ละรายอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัทขายตรงก็จะต้องให้การสนับสนุนกับนักขายตรงของบริษัททั้งในด้านการพัฒนาสินค้าหรือบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และด้านการพัฒนาบุคลากรหรือทีมงานนักขายตรงที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสนับสนุนด้านต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมของนักขายตรงให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

Modern : ทันสมัย

ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจจะเป็นไปในทางที่ดี หรือ ไม่ดีก็ได้ แต่ที่แน่นอน คือ ทุกคนต้องการในสิ่งที่ดี ๆ ตรงกับที่ตนเองคาดหวัง การขายตรงก็เช่นกัน ต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะต้องนำเสนอในสิ่งที่ทันสมัย ตรงกับความต้องการของทีมงานและผู้บริโภคเป้าหมาย นั่นแสดงให้เห็นว่า บริษัทขายตรงจะต้องมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของตลาดขายตรง และนักขายตรงก็จะต้องดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขายตรงด้วยเทคนิคใหม่ ๆ ให้สอดรับกับความพึงพอใจของผู้บริโภคและทีมงาน เพราะคงไม่มีใครที่ต้องการพัฒนาในสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการหรือล้าสมัย ด้วยปัจจุบันยุคของข้อมูลข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงทำให้ผู้บริโภครับรู้ข้อมูลได้ง่ายขึ้น ชอบความรวดเร็ว ทัน สมัย และด้วยบริการที่แตกต่างซึ่งโดนใจ

Achievable : บรรลุเป้าหมาย

ทุกคนจะต้องมีความจำเป็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของความต้องการในสินค้าหรือบริการ หรือเป็นสิ่งกำหนดถึงเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน และสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ก็คือ เป้าหมายแห่งความสำเร็จในชีวิต เป้าหมายถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถจูงใจให้เราดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เปรียบเสมือนเป็นการกำหนดเส้นชัยที่เราจะต้องเดินทางไปหามัน และถ้าเราสามารถเดินทางไปสู่เส้นชัยที่เรากำหนดไว้ได้นั้น แสดงว่าเราประสบความสำเร็จ สำหรับการขายตรง การบรรลุเป้าหมายถือเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นที่ต้องการของนักขายตรงซึ่งคาดหวังว่าจะพิชิตมันให้ได้ ทำให้ธุรกิจขายตรงต้องมีการกำหนดแผนการตลาดหรือแผนของการสร้างโอกาสและรายได้ที่มีความชัดเจน เป็นธรรม เข้าถึงหรือบรรลุได้ง่าย และสามารถ ดึงดูดใจผู้บริโภคหรือทีมงาน ให้ได้รับการตอบสนองความพึงพอใจ และนักขายตรงจะต้องศึกษา ทำความเข้าใจกับแผนการตลาดของบริษัทอย่างชัดเจนโดยต้องวิเคราะห์ถึง ศักยภาพของตนเองว่ามีความสามารถที่จะดำเนินการตามแผนดังกล่าวและสามารถบรรลุตามเป้าหมายของแผนดังกล่าวได้หรือไม่ อย่างไร

Reliability : น่าเชื่อถือ

สิ่งที่แสดงถึงคุณภาพและภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจขายตรง คือ ความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นความสามารถของนักขายตรงที่จะนำเสนอและส่งมอบความไว้วางใจ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคและทีมงานตามที่ได้สัญญา หรือควรที่จะเป็นได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง ตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจภายในเวลาที่เหมาะสม โดยลูกค้าแต่ละรายจะมีความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแต่ละคนต้องการ การเอาใจใส่ ให้การดูแล ด้วยความจริงใจ มุ่งเน้นในคุณภาพของสินค้าและบริการที่สร้างความประทับใจ การสร้างความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำขายตรง ซึ่งจะมีผลต่อทัศนคติในเชิงบวกของผู้บริโภค สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจขายตรง จนนำไปสู่ความพึงพอใจของผู้บริโภคและทีมงาน โดยต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง และ ทันสมัย ในรูปแบบการดำเนินงานที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นนักขายตรงต้องตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าด้วยความ เต็มใจที่จะช่วยเหลือ มีความพร้อม รวดเร็ว ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่าไม่มีความยุ่งยาก และมีความเสี่ยงน้อย สร้างให้เกิดความมั่นใจ สะท้อนในภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทและบุคลากร นอกจากนี้บริษัทขายตรงก็ต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะนำเสนอสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีแผนการดำเนินงานสู่โอกาสและรายได้ ซึ่งมีความชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรมต่อนักขายตรง และง่ายต่อความสำเร็จในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ภาพลักษณ์ทางด้านการบริหารจัดการ และฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัทก็สามารถสร้างความน่าเชื่อให้แก่ผู้บริโภคได้

Teamwork : ทำงานเป็นทีม

ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพการขายตรงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยทีมงาน หรือ เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการทำงานขายตรง ต้องกระทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ มีการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน มีความสัมพันธ์กัน และมีจุดประสงค์หรือความคาดหวังร่วมกัน ดังนั้นนักขายตรงต้องให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม โดยมีเจตนาที่ดี ตั้งใจ มีทักษะเชื่อมั่นในศักยภาพ ความสามารถของทีมงาน มีการร่วมมือ ประสานงานกันอย่างดี เข้าใจ ยอมรับ และไว้ใจซึ่งกันและกัน สามารถสร้างภาวะความเป็นผู้นำและสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กรได้ ทีมงานที่จะประสบความสำเร็จในการขายตรง คือ กลุ่มของบุคคลที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีม โดยต้องยึดถือกรอบเพื่อทำงานร่วมกัน ดังนี้

- มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งหมายความว่า ทุก ๆ คนในเครือข่ายจะต้องมีเป้าหมาย แนวคิด มุมมองและทัศนคติในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้บรรลุความสำเร็จในอาชีพขายตรง ทีมงานที่มีประสิทธิภาพจะมีลักษณะโดดเด่นและสมาชิกทุกคนมีความรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในความสำเร็จด้วย

- จัดการด้วยตนเอง สมาชิกในทีมงานต้องยอมรับบทบาทของตนในเวลาต่าง ๆ กัน สอดคล้องกับความจำเป็น ความต้องการและความสามารถของตน บางคนอาจมีประสบการณ์ในงานเฉพาะอย่างแตกต่างจากคนอื่นก็สามารถนำมาเป็นส่วนร่วมเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับทีมงาน หรือเครือข่ายได้ หรือเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้สมาชิกได้ทราบ เพื่อใช้ในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับตนเองต่อไป

- พึ่งพาตัวเอง ในการดำเนินงานธุรกิจขายตรงต้องอาศัยทีมงานในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่รอผลงานความสำเร็จจากเพื่อนสมาชิกเท่านั้น นักขายตรงต้องร่วมกันทำงานตามกำลังความสามารถของตนเอง ให้คำปรึกษาแนะนำและชักจูงเมื่อจำเป็น ร่วมประสานงานในหน้าที่และแก้ไขปัญหาอุปสรรคร่วมกัน ทุกคนต่างเอื้ออาทร ช่วยเหลือกันและมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้ามีบุคคลหนึ่งบุคคลใดทำงานเกินกำลังหรือประสบปัญหายุ่งยากอันใด ก็จะต้องร่วมมือกันช่วยเหลือนำพาทีมงานไปสู่ความสำเร็จ

เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป นักขายตรงก็ต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อความยั่งยืนในอาชีพการขายตรง แต่ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป สิ่งที่สำคัญคือ เราจะต้องมีความสุขในทุก ๆ วัน ขอให้ทุกคนมีความสุขในอาชีพขายตรง และทำขายตรงต้อง S-M-A-R-T

ที่มา : สยามธุรกิจ

—-Thanks for Reading—-
W.Wanich

ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง และ แชร์ลูกโซ่ คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร?

2009/08/30 2 comments

Home >> MLM Articles

ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง และ แชร์ลูกโซ่ คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร?

ธุรกิจเครือข่าย(Network Marketing) เป็นหนึ่งในระบบเคลื่อนสินค้าที่เติบโตเร็วที่สุดและถูกเข้าใจผิด มากที่สุดในปัจจุบัน ธุรกิจเครือข่ายถูกเชื่อว่าจะเป็นคลื่นลูกใหม่ในยุคปี 1980s แต่เชื่อผมเถิดว่า มันจะเติบโตได้ไกลกว่านั้นแน่ ภายในยุค 1990s สินค้า และบริการมูลค่ามากกว่า หนึ่งร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ ถูกเคลื่อนผ่านบริษัทธุรกิจเครือข่ายทุก ๆ ปี จงจับตามองธุรกิจเครือข่ายในช่วงปี 2000s ถึง 2100s ให้ดี

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลผ่านทางรูปภาพและตัวอย่างว่า ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร และสิ่งไหนไม่ใช่ธุรกิจเครือข่าย เรายังจะแสดงให้คุณเห็นว่า คุณจะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจในธุรกิจเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ผมขอย้ำ “อธิบายอย่างมีประสิทธิภาพ” ได้อย่างไร

ผมขออนุญาตตอบคำถามที่เป็นหนึ่งในคำถามที่ถูกถามมากที่สุด และอาจเป็นคำถามที่เป็นพื้นฐานที่สุดของบรรดาคำถามทั้งปวง นั่นคือ “ธุรกิจเครือข่าย หรือ Multi-level Marketing หรือ MLM นั้นคืออะไร”

Marketing หรือ การตลาด หมายถึง การเคลื่อนสินค้าหรือบริการ จากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภค
Multi-Level อ้างถึง ระบบในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคคลผู้ซึ่งทำให้สินค้าหรือบริการนั้นเคลื่อนตัว
Multi หมายถึง มากกว่าหนึ่ง
Level หมายถึง ระดับหรือรุ่น

คำว่า MLM นั้น แพร่หลายมากเสียจนพวกพีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมาย ได้พยายามทำตัวเองให้เหมือนกับธุรกิจเครือข่าย ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างภาพลบอย่างร้ายกาจและไร้เหตุผลให้กับบริษัทธุรกิจ เครือข่ายใหม่ ๆ

มีสามวิธีหลัก ๆ ในการเคลื่อนสินค้าและบริการ คือ

  1. Retailing หรือ การขายปลีก ผมเชื่อว่า ทุกๆ คนคุ้นเคยกับระบบนี้ดีอยู่แล้ว คุณเดินเข้าไปในร้านของชำ ร้านขายยา หรือห้างสรรพสินค้า แล้วซื้อสินค้าบางอย่างออกมา
  2. Direct Sales (Single-Level Marketing) หรือ การขายตรง คือการเคลื่อนสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ผ่านทางเทคนิคของการขาย เช่น การไปบ้านลูกค้าเพื่อนำเสนอสินค้า การโทรศัพท์ไปขายของให้กับลูกค้า การขายตรงบางครั้งถือว่าเป็นการขายที่ไม่มีพ่อค้าคนกลาง (เช่น ร้าน Retail หรือ บริษัทตัวแทนจำหน่าย) ยกตัวอย่าง (แต่ไม่เสมอไป) เช่น การขายประกัน เครื่องครัว สารานุกรม สาวขายเอว่อน มิสทีน
  3. Multi-Level Marketing (MLM) หรือ การตลาดเครือข่าย คือสิ่งที่เราจะพูดถึงในบทความนี้ เราไม่ควรสับสนระหว่างสองอย่างข้างบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับการขายตรง คนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างการตลาดเครือข่ายกับการขายตรง

ยังมีการตลาดอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า การสั่งทางไปรษณีย์ การทำการตลาดแบบไปรษณีย์สามารถถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ Direct sales ได้ บางคนก็ถือว่าการตลาดทางไปรษณีย์เป็นการตลาดแบบที่ 4

แบบที่ 5 ซึ่งมักถูกเข้าใจสับสนกับ MLM ก็ คือ แบบพีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่ ดังที่กล่าวไปแล้วว่าแชร์ลูกโช่นั้นผิดกฎหมาย เหตุผลสำคัญที่ผิดกฎหมายเพราะว่ามันล้มเหลวในการเคลื่อนผลิตภัณฑ์ หรือการบริการไปสู่ผู้บริโภคได้ ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่เคลื่อนไหว เราจะเรียกมันว่า “การตลาด” ได้อย่างไร แชร์ลูกโซ่สามารถใช้คำว่า “เครือข่าย” ได้ แต่ไม่สามารถใช้คำว่า “การตลาด” ได้

ข้อขัดแย้งส่วนใหญ่ในใจคนมากมาย ที่ทำให้เขาไม่เข้าร่วมทำธุรกิจ MLM คือ เขาไม่รู้ความแตกต่าง ระหว่าง MLM กับ การขายตรง ไม่แปลกใจเลยที่คนส่วนมากสับสนเพราะบริษัท MLM ที่ มีชื่อเสียงส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสมาคมขายตรง และในบางครั้งคุณอาจมองการทำธุรกิจเครือข่ายเหมือนการการขายเดินขายของแบบ เคาะประตู เพราะว่าคุณได้รู้จักกับกับธุรกิจเครือข่ายครั้งแรก เมื่อผู้จำหน่ายเคาะประตูบ้านคุณเพื่อพยายามขายของบางอย่างให้กับคุณ ซึ่งแท้จริงแล้ว มีลักษณะบางอย่างที่แยก MLM ออกจากการขายตรง นั่นคือ หากคุณอยู่ในธุรกิจ MLM คุณอยู่ในธุรกิจเพื่อตัวของคุณเอง แต่ไม่ใช่โดยตัวของคุณเอง

การ เข้าร่วมธุรกิจคือคุณจะซื้อสินค้าในราคาขายส่ง (คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองด้วย) หลายคนเข้าร่วมธุรกิจเพราะเหตุผลข้อนี้ หลังจากนั้นคุณก็จะเริ่ม “เอาจริง” เมื่อคุณซื้อสินค้าในราคา“ขายส่ง” ถ้าคุณต้องการ คุณสามารถ“ขายปลีก” และคุณจะได้ “ผลกำไร” คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า คุณ “ต้อง” ขาย ปลีก คุณจึงประสบความสำเร็จ บางบริษัทถึงกับกำหนดยอดขายให้สมาชิกทำยอดตามเป้าเพื่อเขาจะได้รับผลตอบแทน คุณสามารถขายถ้าคุณต้องการ หรือ ถ้าคุณจำเป็นต้องขายเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนก็ขายไปเถิดครับ แต่หากคุณต้องการสร้างรายได้มหาศาลแล้วหละก็ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่แท้จริงนั้น มาจาก “การสร้างเครือข่าย”

ประเด็นสำคัญ: ให้ การขายเป็นสิ่งที่ตามมาจากการสร้างองค์กรโดยธรรมชาติ คนส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะเขาทำสิ่งที่กลับกัน คือ เขาพยายามสร้างองค์กรโดยการขาย

คำว่า “ขาย” เป็นความคิดทางลบในจิตใจคนถึง 95% ในธุรกิจเครือข่ายคุณไม่จำเป็นต้อง “ขาย” ตามความเข้าใจของโลก แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ต้องเคลื่อนไหว มิฉะนั้นจะไม่มีใครได้รับเงิน ดอน เฟียล่า ได้นิยามคำว่า ขาย ไว้ว่า “การโทรศัพท์ไปหาคนแปลกหน้า เพื่อขายของบางอย่าง ที่เขาอาจไม่จำเป็นต้องใช้ หรือ ไม่ต้องการ”

ขอยืนยันอีกครั้ง ผลิตภัณฑ์ต้องเคลื่อนไหว มิฉะนั้นจะไม่มีใครได้รับเงิน

MLM สามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า Network Marketing เมื่อ คุณสร้างองค์กร แท้จริงแล้วคุณกำลังสร้างเครือข่ายที่ใช้ในการกระจายสินค้าของคุณเอง การขายนั้นยังคงเป็นรากฐานของธุรกิจเครือข่าย เพียงแต่การขายในธุรกิจเครือข่ายนั้นมาจากการที่ผู้จำหน่าย “แบ่งปัน” ให้กับเพื่อนและญาติพี่น้องของเขา ไม่ใช่ให้กับคนแปลกหน้า การสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ให้ประสบความสำเร็จคุณต้อง “สร้างความสมดุล” คุณต้องอุปถัมภ์ และสอน MLM ให้กับคนอื่น และในกระบวนการนี้เอง คุณจะสามารถสร้างลูกค้าได้ซึ่งก็คือเพื่อนๆ หรือญาติพี่น้องของคุณ

อย่าพยายามอุปถัมภ์คนทั้งโลกด้วยตัวของคุณเอง จงจำไว้ว่า Network marketing คือการสร้างองค์กรผู้จำหน่ายจำนวนมาก แต่ละคนขายคนละเล็กคนละน้อย ซึ่งดีกว่าการใช้คนจำนวนน้อยๆ ขายของปริมาณมาก ๆ

บริษัทธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียเงินปริมาณมหาศาลไปกับการโฆษณา เพราะสุดยอดแห่งการโฆษณาก็คือการบอกแบบปากต่อปากของสมาชิก ดังนั้น บริษัทเครือข่ายจึงมีเงินมาใช้ในการพัฒนาสินค้าได้มากกว่าบริษัททั่ว ๆ ไป ดังนั้น คุณภาพสินค้าจึงมักดีกว่าสินค้าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันที่พบตามร้านค้าปลีก คุณจึงเพียงแค่แบ่งปันสินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่าสินค้ายี่ห้ออื่น ๆ ในหมวดเดียวกัน ให้เขาเปลี่ยนมาใช้ยี่ห้อใหม่ ซึ่งคุณได้ทดสอบด้วยตัวคุณเองแล้วว่า มันดีกว่า

คุณ คงเห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่การเดินไปเคาะประตูตามบ้านเพื่อขายสินค้าให้กับคน แปลกหน้า ธุรกิจเครือข่ายที่ผมรู้จักสอนว่า การที่คุณแบ่งปันคุณภาพสินค้าและบริการให้กับเพื่อนของคุณ ทั้งหมดนี้แหละที่ “การขาย” เข้ามาเกี่ยวข้อง จริงๆควรใช้คำว่า “การแบ่งปัน” มากกว่า “การขาย” เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

หากคุณทำงานให้กับบริษัทขายตรง และคุณตัดสินใจที่จะลาออกเพราะคุณต้องย้ายไปอาศัยที่ท้องถิ่นอื่น คุณอาจต้องเริ่มทำงานทั้งหมดใหม่อีกครั้ง แต่หากคุณอยู่ในบริษัท MLM คุณ สามารถย้ายไปในท้องที่ใดก็ได้ และเริ่มอุปถัมภ์ผู้คนใหม่โดยไม่สูญเสียยอดขายจากองค์กรที่คุณได้สร้างไว้ แล้วในท้องที่เดิม การทำธุรกิจเครือข่ายคุณสามารถสร้างรายได้ได้มากมายจากการสร้างองค์กร ไม่ใช่แค่การขาย ข้าพเจ้ายังขอยืนยังอีกครั้ง คุณสามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีได้จากการขายของ แต่คุณสามารถสร้าง “ความมั่งคั่งอย่างถาวร” ได้ด้วยการสร้างองค์กรเท่านั้น

ผู้คนจำนวนมากเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายเพียงแค่ต้องการมีรายได้เพิ่มเดือนละ 5000 , 10000 บาท หรือ 20000 บาท ต่อเดือนและทันใดนั้นเขาต้องการที่จะจริงจังและเขาสามารถทำได้ถึงเดือนละ แสน หรือ 3 แสนได้ หรือมากกว่านั้น เขาเหล่านี้ไม่ได้หาเงินจำนวนมากจากการขายของ เขาทำได้จากการสร้างองค์กร

นั่นคือวัตถุประสงค์ของเวปไซต์แห่งนี้ เราจะให้ความรู้คุณให้สามารถสร้างองค์กรได้และทำได้อย่างรวดเร็วด้วยโดยการ สอนให้คุณสร้างทรรศนะคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายให้กับผู้มุ่ง หวัง หากผู้มุ่งหวังของท่านเข้าใจว่าธุรกิจเครือข่ายนั้นผิดกฎหมายเสียแล้ว คุณจะมีปัญหาในการอุปถัมภ์เขาอย่างแน่นอน

คุณต้องชี้แจงให้เขาเห็นถึงข้อเท็จจริง เพื่อขจัดทรรศนะคติหรือความเข้าใจผิดที่ว่า “ธุรกิจเครือข่ายนั้นเหมือนพีระมิด” ขอให้ทำความเข้าใจตัวอย่างข้างล่างและรูปนี้เพราะคุณสามารถนำมันไปใช้อธิบายกับผู้มุ่งหวังได้

พีระมิด หรือ แชร์ลูกโซ่นั้น สร้างจากยอดลงมาด้านล่าง ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจเป็นกลุ่มแรกเท่านั้นที่สามารถอยู่ด้านบนของพีระมิด แต่ในรูปสามเหลี่ยมในธุรกิจเครือข่าย ทุกๆ คนเริ่มต้นจากด้านล่างและมีโอกาสเท่า ๆ กันที่จะสร้างองค์กรขนาดใหญ่ของตัวเอง ทุกๆ คนสามารถสร้างองค์กรให้ใหญ่กว่าองค์กรของผู้แนะนำของเขาได้หลายเท่าถ้าต้องการ

ข้อแตกต่างอีกอย่างของ MLM กับการขายตรงนั้นคือการ “ช่วยเหลือ” (Sponsor) ผู้ จำหน่ายคนอื่นๆ บางบริษัทอาจใช้คำว่า การหาสมาชิกใหม่ อย่างไรก็ตาม การ Sponsor กับการหาสมาชิกนั้นต่างกันอย่างแน่นอน คุณ Sponsor คนบางคน แล้ว “สอน” ให้ เขาทำสิ่งที่คุณทำอยู่ เพื่อให้เขาสร้างธุรกิจของเขาเอง การ Sponsor คนบางคน กับการทำให้คนบางคนเซ็นใบสมัครนั้นต่างกันมาก เมื่อคุณ “Sponsor” ใคร บางคน คุณกำลังให้คำมั่นสัญญาที่จะช่วยเขาจนกว่าเขาจะประสบความสำเร็จ หากคุณไม่ประสงค์ที่จะให้คำมั่น คุณกำลังทำร้ายเขาถ้าคุณทำให้เขาเซ็นใบสมัคร

ณ จุดนี้ สิ่งที่คุณต้องการคือความตั้งใจจริงที่จะช่วยให้เขาสร้างธุรกิจของตัวเอง เวปไซน์แห่งนี้จะเป็นอุปกรณ์ล้ำค่าที่จะแสดงให้คุณเห็นว่าคุณต้องทำอะไร และทำอย่างไร ในการช่วยเหลือคนคนหนึ่งให้สร้างธุรกิจของตัวเอง

มันเป็น “ความรับผิดชอบ” ของ ผู้แนะนำที่จะสอนผู้ที่เขานำเข้ามาในธุรกิจให้รู้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างใน ธุรกิจ เช่น การสั่งสินค้า การจดบันทึกความคืบหน้าในธุรกิจ การเริ่มต้น วิธีในการฝึกอบรม เพราะการช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจเครือข่ายเติบโต เมื่อองค์กรของคุณโต คุณก็จะเป็นนักธุรกิจอิสระที่ประสบความสำเร็จ ในที่สุดคุณจะกลายเป็นเจ้านายของตัวเอง!

ดังที่ผมกล่าวไปในตอนต้นว่าภายในยุค 1990s MLM หรือธุรกิจเครือข่าย ได้ทำเงินไปมากกว่า หนึ่งร้อยล้านเหรียญ นี่เป็นธุรกิจที่ใหญ่มาก! แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้ ธุรกิจเครือข่ายนั้นอยู่รอบๆ ตัวเรามามากกว่า 40 ปีแล้ว บางบริษัทที่เปิดทำการมากว่า 20 ปี กำลังทำเงินกว่าร้อยล้านเหรียญต่อปี ผมรู้จักบริษัทหนึ่งที่ทำรายได้มากกว่าสองล้านเหรียญในปีแรก ในปีที่สองเขาทำได้ถึงสิบห้าล้านเหรียญ ในปีที่สามเขาคาดหวังรายได้ 75 ล้านและ หนึ่งพันล้านเหรียญภายในปีที่ 5! หลักการในเวปไซน์แห่งนี้จะทำให้คุณเห็นว่าเป้าหมายของเขาจะเป็นจริงได้อย่างไร และสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน

ที่มา : www.agel-center.com

—Thanks for reading—
W.Wanich

Ten Best Choices of MLM Companies

Home >> MLM Articles

Ten Best Choices of MLM Companies

Author: Aaron Michaels

If you are purposefully ruminating on the idea of becoming affiliated with a network marketing business, you have some inspection to do. Before making a decision as consequential as starting your own business, it is critical that you have each and all the information you have. Choosing the right business is the most important step on the road to success. There are a few main criteria you should think over when singling out your favorite reputable organization. At the end of the article, a list of the current top ten mlm organizations will be provided. In any event first, review the criteria you should use when researching network marketing opportunities.

1. Be confident the company is stable.

Any multilevel marketing business you join should have an organization history of at least five years. The sad fact is that most of network marketing businesses fail after only two years of being in business. Since you are staking your family’s financial future on this decision, ensure that you are partnering with a trustworthy organization.

2. Find out unquivocally whether the company offers exceptional products or services.

If the product or service you are pitching is already available at the local mall, for a cheaper price or more convenient location, you will have difficulty establishing the fact that consumers should shop with you. The a great number of successful multilevel marketing businesses offer a product or service that is so exceptional it cannot be obtained anywhere else. Don’t forget that in america organizations are not allowed to make payments based solely on recruitments, sole on actual sale of products or services. Inevitably, if you presumeto make any money, you will be obligated to to sell.

3. Be certain you may make both instant cash flow and long-term income.

Study the organization’s compensation plan before you connect with it, since it will determine exactly how you are paid. The ability to generate a quick influx of cash will give you the encouragement you be compelled to to keep going through the tough times you will surely encounter in your organization. On the other hand, the compensation plan should afford a good opportunity for long-term residual income as well.

4. Have no doubt the organization allows you freedom of your time.

One of the the majority of honoredand appealing benefits of a network marketing company is that you will be able build a full-time income while still fulfilling your regular daily commitments. This is essential, so that you may build your organization without gambling your family’s current lifestyle and financial stability. Find out whether or not your company offers automated internet marketing services to work for you squeeze every last moment out of your busy schedule.

Right now that you know what to look for in a network marketing business, here is the list of the top ten businesses as substantiated by the 2006-2007 MLM Insider Distributor’s Choice Awards:

1. Usana Health Sciences

(It is worth noting that Usana has actually won this honor for at least the last 6 years in a row. They always collect top honors for both their excellent products and outstanding company’s plan for compensating its representatives. It is the number one recommendation based on their remarkable record.)

2. Agel Enterprises

3. 4Life Research

4. Isagenix International

5. Xango

6. Eniva Corporation

7. Univera Life Sciences

8. Monavie

9. Herbalife

10. Tahitian Noni International

If you are honestly serious about building a a multilevel marketing company business, the next step is to thoroughly inspection the company you are thinking pertinent to adding your name to the rolls of. Then once you have decided which business you would like to become affiliated with, Firmly ensure you get some first rate training before you even get started. That will put you on the road to true network marketing success.

About the Author:

In pursuance of more counsel on the top multilevel marketing companies, stop in Home Based Business Central. Additional counsel is obtainable on advertising business internet online.

Article Source: ArticlesBase.comTen Best Choices of MLM Companies

8 โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย(MLM) จากโรงเรียนสอนธุรกิจ โดย Rebert Kiyosaki(3)

Home >> MLM Articles

ทำไมคุณถึงแนะนำธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM ให้กับผู้อื่น?

มีคนถามผมเสมอว่า ทำไมผมจึงแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้กับคนทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสักหน่อย ครับ ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่ทำเช่นนี้ และนี่แหละครับคือที่มาของหนังสือเล่มนี้

BusinessSchoolโอกาสที่ 3 : โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B ด้วยทุนในการเริ่มต้นและการดำเนินการที่ต่ำกว่า

<<ขออภัยอยู่ระหว่างจัดทำ>>

8 โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย(MLM) จากโรงเรียนสอนธุรกิจ โดย Rebert Kiyosaki(2)

Home >> MLM Articles

ทำไมคุณถึงแนะนำธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM ให้กับผู้อื่น?

มีคนถามผมเสมอว่า ทำไมผมจึงแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้กับคนทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสักหน่อย ครับ ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่ทำเช่นนี้ และนี่แหละครับคือที่มาของหนังสือเล่มนี้

BusinessSchoolโอกาสที่ 2 : โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน…..
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน

คุณเคยได้ยินคนพูดประโยคต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน?
1. ผมอยากจะหยุดทำงานเสียที
2. ฉันเบื่อแล้วกับการเปลี่ยนงาน
3. ผมอยากจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่ผมก็ไม่อยากลาออกจากงานและเริ่มต้นใหม่อีก แล้วผมก็ไม่อยากกลับไปเรียนหนังสือเพื่อศึกษาวิชาชีพใหม่ ๆ อีก
4. ทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น ภาษีก็ขึ้นตามทุกที
5. ผมทำงานหนักมากแต่เจ้าของบริษัทรวยอยู่คนเดียว
6. ผมทำงานหนักมาก แต่ผมก็ยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ผมคงต้องวางแผนเรื่องการเกษียณของผมใหม่
7. ฉันกลัวว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเป็นคนล้าสมัยไปเสียแล้ว
8. ฉันแก่เกินไป แล้วก็ไม่สามารถทำงานหนักเช่นนี้ต่อไปได้อีกแล้ว
9. ผมเรียนจบทันตแพทย์ แต่ผมก็เบื่อที่จะเป็นทันตแพทย์แล้ว
10. ผมเพียงแต่ต้องการหาอะไรใหม่ ๆ ทำและได้มีโอกาสพบกับคนกลุ่มใหม่ ๆ บ้าง ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ไม่มีความกระตือรือร้นและก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ทำงานไปวัน ๆ แบบเช้าชามเย็นชามและไม่อยากที่จะทำงานกับบริษัทที่จ่ายเงินให้กับเราเพียงแค่ทำให้เราพออยู่ได้เท่านั้น

คำพูดเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของคนที่ติดอยู่ในช่องที่หนึ่งของเงินสี่ด้าน และก็เป็นคนที่พร้อมจะเปลี่ยนไปอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้านด้วย มันก็คงถึงเวลาแล้วล่ะที่เขาจะเดินหน้าต่อไป

จะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้อย่างไร
ด้วยเหตุที่ว่าความเชื่อพื้นฐานนี้เป็นเรื่องที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวของพวกเราแต่ละคน (อ้างอิงความเชื่อของพ่อจนของ Kiyosaki จากพ่อรวยสอนลูก ที่เชื่อว่า ความรวยและนักธุรกิจ เป็นความเลว เป็นคนโลภ รวมถึงความเชื่อที่สอนกันมาว่า ให้ตั้งใจเรียนจะได้มีงานดี ๆ ทำ) ฉะนั้นเมื่อถูกถามว่า “ทำอย่างไรฉันถึงจะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้?” คำตอบของผมก็คือ “ทำไมคุณไม่ลองไปทำธุรกิจเครือข่ายดูก่อนล่ะ?” เหตุผลที่ผมแนะนำให้ไปลองเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายก่อน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ลองเริ่มศึกษาธุรกิจเครือข่ายดู ก็เพราะว่าการเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านที่ว่านี้มิใช่สิ่งที่สามารถทำได้ในชั่วเวลาข้ามคืน พ่อรวยของผมใช้เวลาหลายปีแนะนำผม สอนผมและบางครั้งก็ด่าว่าผม เพื่อที่จะให้ผมเปลี่ยนไปอยู่ด้าน B และ I

ตามที่ได้กล่าวมาในบทที่แล้วเรื่อง “โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ” การเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริงจะต้องเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งด้านของสติปัญญา อารมณ์ ร่างกายและจิตวิญญาณ… ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และต้องมีผู้คอยให้คำแนะนำ บริษัทที่ทำการตลาดเครือข่ายบางบริษัทจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วที่จะคอยช่วยเหลือคุณ

ทำไมผมถึงทำด้วยตัวเองไม่ได้?
มีคนถามผมว่า “ฉันจะเปลี่ยนจากด้านซ้ายมายังด้านขวาด้วยตัวของฉันเองไม่ได้หรือ?” คำตอบของผมก็คือ “ก็อาจเป็นได้” แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายเลย มีผู้ที่มีชื่อเสียงมากมายที่ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ในด้าน B โดยที่ไม่ได้ทำธุรกิจเครือข่ายมากก่อน

จากที่ผมได้กล่าวมาแล้วในบทแรกว่า ผมไม่ได้ประสบความสำเร็จในด้าน B นี้ด้วยธุรกิจเครือข่าย และนี่แหละคือเหตุที่ทำให้ผมรู้่ว่า กว่าผมจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ผมต้องแลกมันมาด้วยอะไรบ้าง และมากมายขนาดไหน

การให้กำลังใจกับตัวเองให้ลุกขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการหาเงิน
บริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายเหล่านี้จะให้ความใส่ใจในเรื่องของการสร้างกำลังใจ หรือสำหรับบางคนมันอาจจะเป็นการรื้อฟื้นกำลังใจให้กลับคืนขึ้นมาใหม่อีกครั้งได้ และเมื่อสร้างกำลังใจได้แล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยคิดกลับไปสร้างธุรกิจ ถ้านี่เป็นเรื่องที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ เลือกบริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายซึ่งมีการอบรมที่เน้นการพัฒนาตัวคุณเป็นสิ่งแรก มากกว่าที่จะเน้นให้คุณออกไปขายสินค้าหรือขายแผนการตลาดของเขา และเมื่อได้พบบริษัทที่เหมาะสมกับคุณที่สุดแล้ว งานของคุณก็คือ เข้ารับการอบรมตามโครงการที่บริษัทเหล่านั้นจัดไว้และพยายามพัฒนาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสิ่งที่พวกเขาทำได้ก็เพียงแต่จัดการอบรมให้เท่านั้น เป็นหน้าที่ของคุณเองที่จะต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่มีไครสามารถที่จะช่วยคุณได้นอกจากตัวคุณเอง

คุณอาจจะเลือกที่จะทำตามวิธีของคุณก็ได้ แต่ขอให้จำไว้ว่าการย้ายจากด้าน E และ S ไปที่ด้าน B และ I นั้น สิ่งที่คุณจะต้องทุ่มเทลงไปนั้นมันมากกว่าเรื่องของเงินหลายเท่าทีเดียว ในขณะที่ธุรกิจเครือข่ายจะมีการอบรม การช่วยเหลือ ซึ่งจะนำคุณผ่านกระบวนการพัฒนาตัวเองได้สำเร็จ ฉะนั้นผู้ที่เข้าสู่ด้าน B ด้วยวิธีนี้จึงจะต้นทุนที่ต่ำกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า

<<ขออภัยอยู่ระหว่างจัดทำ>>

8 โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย(MLM) จากโรงเรียนสอนธุรกิจ โดย Rebert Kiyosaki(1)

2009/07/23 2 comments

Home >> MLM Articles

ทำไมคุณถึงแนะนำธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM ให้กับผู้อื่น?

มีคนถามผมเสมอว่า ทำไมผมจึงแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้กับคนทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสักหน่อยครับ ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่ทำเช่นนี้และนี่แหละครับคือที่มาของหนังสือเล่มนี้

BusinessSchool

โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ

ไม่ใช่เรื่องเงิน

พวกเขามักจะเล่าถึงคนที่สามารถทำเงินได้ถึงหนึ่งแสนเหรียญต่อเดือน จากธุรกิจของเขาให้ฟังอย่างตื่นเต้น และผมก็เคยได้พบกับคนเหล่านั้นจริง ๆ มาแล้วด้วย ผมจึงไม่มีความสงสัยในศักยภาพของการสร้างรายได้มากมายจากธุรกิจเครือข่ายเลย แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่แนะนำให้พวกเราเข้าไปศึกษาธุรกิจนี้ เพราะด้วยเรื่องเงินเป็นเหตุผลหลัก

ไม่ใช่เรื่องสินค้า

ธุรกิจเครือข่ายแรกที่ผมได้เข้าไปศึกษาในปี 1970 นั้นขายวิตามิน ผมได้ลองกินดูแล้วก็พบว่าคุณภาพของมันยอดเยี่ยมจริง ๆ ผมได้มีโอกาสเข้าไปสั่งสินค้ากับบริษัทเหล่านั้นบ้างเมื่อผมต้องการสินค้าและบริการที่เขานำเสนอ แต่สินค้าและแผนการตลาดที่ว่าก็ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ผมสนับสนุนให้ผู้คนเข้าไปศึกษาธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายอีกเช่นกัน

แต่มันเป็นเพราะกระบวนการอบรมต่างหาก

เหตุผลแรกที่ผมแนะนำให้เข้าไปสู่ธุรกิจเครือข่ายคือ กระบวนการในการอบรมของเขา ไม่ใช่แค่สินค้า ไม่ใช่ตัวรายได้ ไม่ใช่เวลาแค่สามชั่วโมงนั่งฟังแผนการตลาดหรือแคตตาล็อกสินค้าที่มีสีสันสวยงาม แต่ต้องใช้เวลามากกว่านั้น

ดูให้รอบคอบ เพราะบริษัทเหล่านั้นส่วนใหญ่จะบอกว่าเขามีกระบวนการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม ทั้ง ๆ ที่บางบริษัทไม่มีอะไรเลย แค่ให้คุณไปอ่านหนังสือบางเล่ม หรือไม่ก็เป็นเพียงการอบรมให้คุณรู้จักวิธีชักชวนเพื่อนหรือญาติพี่น้อง พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ สอนให้คุณเป็นเพียงพนักงานขายเท่านั้น

ฉะนั้นเมื่อผมพูดถึงการเรียนรู้ทางด้านธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมหมายถึงการศึกษาที่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนดักแด้ให้เป็นผีเสื้อได้ และเมื่อพูดถึงการเรียนรู้ในธุรกิจเครือข่าย ผมจึงแนะนำให้คุณมองหากระบวนการให้ความรู้ที่มีพลังมากถึงขนาดทำให้ชีวิตของคุณแตกต่างจากเดิมไปได้เช่นกัน

การสอนจากประสบการณ์จริง

ผู้คนที่สอนเราจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ในระดับสูงของธุรกิจนั้น ซึ่งต่างจากในโลกธุรกิจแบบเดิมที่คุณไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จจริง ๆ เพื่อที่จะมาสอนวิชาธุรกิจ ดังนั้นเมื่อคุณมองเข้าไปในธุรกิจเครือข่าย ก็ควรมองไปยังผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับสูงในธุรกิจนั้นด้วย และถามตัวคุณเองว่าคุณต้องการที่จะเรียนรู้จากเขาหรือไม่

วิชาความรู้ที่สำคัญที่สอนกันจากประสบการณ์จริงในธุรกิจเครือข่ายได้แก่

  1. ทัศนคติสู่ความสำเร็จ
  2. ทักษะการเป็นผู้นำ
  3. ทักษะในการสื่อสาร
  4. ทักษะในการพบปะผู้คน
  5. การเอาชนะความกลัว ความสงสัย และความไม่มั่นใจในตัวเอง
  6. การเอาชนะความกลัวจากคำปฏิเสธ
  7. ทักษะการบริหารการเงิน
  8. ทักษะการลงทุน
  9. ทักษะในด้านการสร้างความน่าเชื่อถือ
  10. ทักษะการบริหารเวลา
  11. การตั้งเป้าหมาย
  12. การจัดระบบ

studyingforchangelife
การเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตหมายถึงอะไร

การเรียนรู้ทางด้านอารมณ์

พ่อจนของผมซึ่งเป็นครูมีความคิดว่า การทำผิดพลาดเป็นเรื่องเลวร้าย ในทางตรงกันข้าม พ่อรวยสอนว่า “เรียนรู้จากความผิดพลาด เราเรียนรู้ที่จะขี่จักรยานได้ ก็จากการที่เราล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า การไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างหากที่เป็นเรื่องเลวร้าย” ฉะนั้น เมื่อทำผิด ก็จงยอมรับผิด นี่ต่างหากคือวิธีการเรียนรู้

ในโลกของธุรกิจทั่ว ๆ ไปก็มีทัศนคติเรื่องของการทำผิดพลาดนี้ เมื่อคุณทำผิดพลาด คุณจะต้องถูกไล่ออกหรือถูกทำโทษ แต่ในโลกของธุรกิจเครือข่าย พวกเขาจะกระตุ้นให้คุณเรียนรู้จากความผิดพลาดในการทำงานและแนะนำวิธีแก้ไข อันเป็นการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญา ความคิดและในด้านอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน

ถ้าคุณเป็นคนที่กลัวการทำผิดพลาดและกลัวที่จะล้มเหลว ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นธุรกิจที่ดีที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตัวคุณเอง ผมได้เคยเห็นกระบวนการอบรมของธุรกิจเครือข่ายที่สามารถช่วยผู้คนสร้างความมั่นใจในตัวเขากลับคืนมาได้ และเมื่อคุณมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นแล้ว ชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร

การฝึกฝนทางด้านร่างกาย

สมมุติว่าคุณรู้คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดในห้องเรียนแต่ไม่เคยได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติเลย การเรียนรู้ของคุณจะสมบูรณ์ได้อย่างไร คุณจะก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร ถ้าคุณไม่กล้าที่จะทำอะไรสักอย่าง

บริษัทที่ทำการตลาดแบบเครือข่ายทุกบริษัทที่ผมได้ศึกษาดูจะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญาเท่า ๆ กับการฝึกฝนทางด้านร่างกาย พวกเขาจะกระตุ้นให้คุณออกไปเผชิญหน้ากับความกลัวโดยการลงมือทำ เมื่อทำผิดพลาดแล้วก็เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นมันถึงจะเป็นกระบวนการที่ทำให้คุณเติบโตแข็งแรงทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และร่างกาย

ธุรกิจเครือข่ายที่ดีที่สุดจะกระตุ้นให้คนของเขาเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ทั้งด้านสติปัญญา การลงมือทำ การทำผิดพลาด เรียนรู้ แก้ไข และทำซ้ำต่อไป นั่นคือ การเรียนรู้จากชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่เดินเข้าไปหาเขา เขาก็คงไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้

การเรียนรู้ในด้านจิตวิญญาญ

เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ วันหนึ่งในขณะที่ผมได้เฝ้าดูการวิ่งแข่งของคนพิการ ผมก็มีความรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณ เมื่อได้เห็นว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้บางคนไม่มีขา บางคนก็มีขาเทียม พวกเขากำลังจะวิ่งแข่งระยะสั้น และด้วยหัวใจของพวกเขา น้ำตาของผมซึมออกมา เมื่อเห็นเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งมีขาเพียงขาเดียวกำลังวิ่งอย่างสุดหัวใจ ใบหน้าของเธอบอกได้ถึงความเจ็บปวดจากขาเทียมที่เธอใช้อยู่ แต่ความเจ็บปวดนั้นก็ไม่สามารถเทียบได้กับกำลังใจของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชนะในการแข่งขันครั้งนั้น แต่เธอก็ชนะใจของผม เธอเข้ามาอยู่ในหัวใจของผม พวกเขาวิ่งเพื่อเตือนสติพวกเราให้ได้รู้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดในตัวของพวกเรากันเองทุกคน

ผมได้สังเกตเห็นว่าผู้นำในธุรกิจเครือข่ายก็ได้รับการอบรมและพัฒนาความสามารถนี้ในการที่จะพูดให้เข้าถึงจิตใจของผู้คนได้เช่นกัน พวกเขาสามารถที่จะเอาชนะอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของเขาได้ และกระตุ้นให้พวกเขาเดินต่อไปข้างหน้าได้ เดินออกไปเหนือขีดจำกัดของมนุษย์ นั่นแหละคือพลังการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต

ถ้าคุณตัดสินใจที่จะเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของคุณ คุณก็ควรลองเข้าไปดูการอบรมที่จัดขึ้นโดยบริษัทการตลาดแบบเครือข่ายเหล่านั้น และให้เวลาสักระยะหนึ่งเข้าไปศึกษาดูว่า ธุรกิจ ผลตอบแทน สินค้า และการอบรมเหล่านั้นคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตในช่วงนี้ของคุณหรือไม่

—-Thanks for reading —-
W.Wanich

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.