Home > 1.Articles > สรุปเนื้อหาเงินสี่ด้าน Cashflow Quadrant โดย Robert Kiyosaki

สรุปเนื้อหาเงินสี่ด้าน Cashflow Quadrant โดย Robert Kiyosaki

Home >> Articles

สรุปเนื้อหาเงินสี่ด้าน Cashflow Quadrant โดย Robert Kiyosaki

Cashflow Quadrant ก่อนอื่นต้องขอเรียนให้ทราบก่อนว่า เจตนาของผู้จัดทำนั้น ตั้งใจจะสรุปเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือเล่นนี้ ออกมาจริง ๆ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น article นี้จะยาวมาก ด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลา และอีกหลาย ๆ เหตุผล ผู้จัดทำจึงอยากจะขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ระหว่างนี้ ทางผู้จัดทำได้นำบางส่วนที่เป็น highlight ของหนังสือเล่มนี้มาให้อ่านกันก่อน ซึ่งก็ได้มาจาก web site อื่นอีกเช่นกัน แต่เนื้อหาจะแตกต่างจากที่หาอ่านกันได้ทั่วไป(เนื้อหาสรุปเงินสี่ด้านแบบทั่วไป อ่านได้ที่ www.agel-center.com/เงินสี่ด้าน) เอาเป็นว่าส่วนที่คัดลอกมานี้ น่าจะใช้ถ่วงเวลาสำหรับการจัดทำฉบับสมบูรณ์ของ สรุปเนื้อหาเงินสี่ด้าน ได้ต่อไป

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมคนบางคนถึงรวยขึ้นและมีเวลามากขึ้นในการที่จะทำสิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ ตัวเองรัก หรือมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น ในขณะที่บางคนอาจมีฐานะดีขึ้นแต่ต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ เครียด และไม่มีความสุข แย่ยิ่งกว่านั้น คนบางคนทำงานหนักชั่วชีวิตและจบลงด้วยหนี้สินรุงรัง หนังสือเล่มนี้จะมาชี้ให้เห็นว่าทำไมบางคนตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น และจะหลุดจากสภาพนั้นได้อย่างไร

คำว่า เงินสี่ด้าน ในหนังสือเล่มนี้หมายถึงที่มาของรายได้ของคนสี่ประเภทอันได้แก่

  • E (Employee)-ลูกจ้าง
  • S (Self-employed)- ธุรกิจส่วนตัว
  • B (Business Owner)-เจ้าของกิจการ
  • I (Investor)-นักลงทุน


และถ้าเราเขียนกากบาทลงเพื่อแบ่งคนทั้งสี่ออก ก็จะแบ่งคนทั้งสี่ออกเป็นดังนี้คือ “คนด้านซ้าย” ได้แก่พวก E กับ S และ “คนด้านขวา” ได้แก่พวก I กับ B

หนังสือเล่มนี้จะบอกว่า ค่านิยม นิสัย และความคิด ของคนด้านซ้าย ทำไมจึงแตกต่างจากคนด้านขวา และท้ายสุดจะบอกวิธีการที่จะสอนให้เราก้าวข้ามจากการเป็นคนด้านซ้ายไปสู่คนด้านขวา และสำหรับคนที่อยู่ด้านขวาอยู่แล้วคุณจะรู้ว่า คนด้านขวา ก็มีอีกหลายระดับ วิธีคิดของคนด้านซ้ายต่างจากคนด้านขวาอย่างไร นิทานเรื่องหนึ่งในหนังสือเล่มนี้จะอธิบายเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างรูปธรรมที่ให้คติและสนุกควบคู่กันไปคือ เรื่องในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านจะขาดน้ำหากฝนไม่ตก กรรมการหมู่บ้านจึงประกาศหาคนรับจ้างขนส่งน้ำมาให้คนในหมู่บ้านใช้ ชายหนุ่มสองคนเสนอตัวรับทำงานนี้ กรรมการตกลงทำสัญญากับชายทั้งสอง โดยหวังว่าเขาสองคนจะได้แข่งขันกันทำงานและรักษาราคา

เอ็ด..ชายคนแรกรีบวิ่งไปซี้อกระป๋องตักน้ำมา 2 ใบ แล้วเริ่มตักน้ำจากลำธารมาใส่ถังคอนกรีตให้คนในหมู่บ้านไว้ใช้ในทันที ทุกๆ เช้าเขาจะรีบตื่นก่อนคนอื่นๆ เพื่อดูแลให้มีน้ำในถังเพียงพอสำหรับคนในหมู่บ้าน

บิล..อีกคนที่ได้รับงานนี้ หายตัวไปเป็นเดือน ปล่อยให้เอ็ดดีใจในช่วงแรก เขาไปเตรียมเขียนแผนธุรกิจ จัดตั้งบริษัทหาผู้ร่วมทุน จ้างผู้จัดการ และกลับมาพร้อมทีมงานก่อสร้างในหกเดือนต่อมา และใช้เวลาหนึ่งปี สร้างท่อน้ำสเต็นเลสขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างลำธารเข้าหมู่บ้านในงานวันเปิดท่อขนส่งน้ำ บิลประกาศว่าน้ำของเขาสะอาดกว่าน้ำของเอ็ด และสามารถทำให้ทุกคนมีน้ำใช้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและทุกวัน

สุดท้ายบิลประกาศว่าเขาจะเก็บค่าน้ำถูกกว่าเอ็ดร้อยละ 75 โดยที่ทุกคนจะได้น้ำคุณภาพดีกว่า สิ้นเสียงบิลทุกคนปรี่กันเข้าไปที่ก็อกน้ำจากท่อที่บิลสร้าง

มากกว่านั้น บิลปรับปรุงแผนธุรกิจเพื่อนำน้ำมากด้วยคุณภาพ ปริมาณ สะอาด แต่ราคาย่อมเยาว์ไปเสนอให้แก่หมู่บ้านอื่น เขาคิดเงินแค่ถังละเพนนีเดียว

น้ำไหลจากลำธารสู่แต่ละครัวเรือนทุกวี่ทุกวัน โดยที่บิลไม่ต้องไปทำงานเลย แต่เงินก็ไหลเข้าบัญชีของเขาอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เอ็ดต้องทำงานหนักต่อมาตลอดชีวิตพร้อมปัญหาการเงินที่อยู่คู่กับเขาจนวาระสุดท้าย

แล้วคุณเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า “กำลังสร้างท่อ หรือลากถัง”
?

หนังสือเล่มนี้นับว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านมากที่สุดในรอบปีที่ผมได้เคยอ่านมา หลายคนได้อ่านเรื่องนี้แล้วบอกว่าเขารู้สึกตื่นขึ้น และเข้าใจว่าตัวเองนั้นไม่ต่างกับ “หนูถีบจักร” อยู่ และกำลังพยายามนำตัวออกมาจากสภาพนั้น

ที่มา : www.businessthai.co.th โดย ประกาศิต ชาติบุรุษ

—Thanks for Reading—
W.Wanich

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: